Samui News

Samui News
นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้วอนทุกฝ่าย
วันจันทร์ ที่ 08 มีนาคม 2553 เวลา 0:00 น
จับมือช่วยรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศและสถานการณ์การท่องเที่ยวที่อำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เริ่มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 5-10% เนื่องจากเกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า เป็นช่วงไฮซีซั่น และยังมีชาเตอร์ไฟลต์จากประเทศจีนเดินทางเข้า มาอย่างต่อเนื่อง หากไม่มีเหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรง นักท่องเที่ยวจะมีความมั่นใจเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ นายเรืองนาม ใจกว้าง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออก เกี่ยวกับสถานการณ์ทาง การเมืองในขณะนี้ ซึ่งนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้เปิดเผยว่า ขณะนี้เกาะสมุย เกาะพะงัน รวมทั้งเกาะเต่า สถานการณ์การท่องเที่ยวอยู่ในเกณฑ์ที่ดี หากว่าไม่มีอุปสรรคทางการเมืองและการชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อในขณะนี้ เพราะเริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถามแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น และเกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่ ไม่สามารถตอบคำถามของนักท่องเที่ยวได้ พร้อมกับกล่าวว่า อยากขอร้องและวอนทุกฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากัน หากทุกคนรักประเทศชาติและจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์จริงก็ขอให้หยุดเถิด นายกสมาคมโรงแรมยังกล่าวอีกว่า ในขณะนี้ทางผู้ประกอบ การธุรกิจโรงแรมต่าง ๆ ทั้งในเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า คงต้องร่วมกันประชาสัมพันธ์ถึงแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ในกรุงเทพฯ แต่เรายังมีช่องทางออกทางอื่นที่จะเดินทาง ออก โดยทางฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ อีกช่องทางหนึ่งที่สามารถสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกได้

แต่สุดท้ายก็คงต้องขอวิงวอนประชาชน ที่จะเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมขอให้คิดไตร่ตรองให้ดีว่าที่เข้าไปร่วมชุมนุมทำเพื่อประเทศ ชาติหรือทำเพื่ออะไร นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังกล่าวต่ออีกว่า หากว่าการชุมนุมไม่ร้ายแรง คาดว่าสถานการณ์ การท่องเที่ยวจะดีขึ้น 5-10% แต่ขณะเดียวกันยังมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองยังอึมครึมกันอยู่ และขอร้องทุกฝ่ายให้ เห็นกับประเทศชาติกันดีกว่า นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออกกล่าว ด้านนายแม็กกี้ แกรนด์ ชาวเนเธอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่น่าเป็นห่วงกับ สถานการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวก็คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับสายการบิน หากผู้ชุมนุมทำการปิดสนามบินที่กรุงเทพฯ จริงนักท่องเที่ยวคงไม่มีความมั่นใจในความปลอดภัยและคงต้องหลีกเลี่ยงไปที่อื่น.

เกาะสมุยเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 กุมภาพันธ์ 2553 12:59 น

สุราษฎร์ธานี – อำเภอเกาะสมุยเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งแล้ว หลังฝนทิ้งช่วง ด้านสำนักงานประปาส่วนภูมิภาคเกาะสมุย ระบุปริมาณน้ำดิบที่มีอยู่มีเพียงพอ รองรับการผลิตน้ำประปาได้ถึงเดือน พฤษภาคมนี้

นายศักดิ์ชัย จ.ผลิต นายอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า พื้นที่อำเภอเกาะสมุย ได้รับผลกระทบเนื่องจากภาวะภัยแล้งแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า ปริมาณน้ำฝนสะสมของเกาะสมุย ปี 2552 ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 วัดได้ 1,336.8 มิลลิเมตร น้อยกว่าปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยของเกาะสมุย คือ 1,910 มิลลิเมตร ข้อมูลปริมาณน้ำฝนสะสมของเกาะสมุยในปี 2553 ข้อมูล ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553 วัดได้ 94.2 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปริมาณฝนที่ตกในเดือนมกราคม 2553 ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายสามารถ โชคคณาพิทักษ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กำหนดให้พื้นที่เกาะสมุย เป็นพื้นที่ตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำทั้งระบบ มติที่ประชุมกำหนดแนวทางแก้ปัญหา

โดยการขุดลอดพรุหน้าเมือง ตามแบบที่สำนักงานการประปาส่วนภูมิภาคกำหนด ขุดลอกพรุเฉวง ตามรูปแบบที่เคยขุดลอก พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพน้ำในพรุเฉวง ไปพร้อมกันด้วย ขุดลอกลำคลองสาขาที่ไหลลงพรุเฉวง และพรุหน้าเมือง ดำเนินการสร้างฝายกักเก็บน้ำขนาดเล็ก ที่สามารถกักเก็บน้ำได้ปริมาณ 20,000-80,000 ลบ.ม.ต่อฝาย จำนวน 40 จุด ในลำน้ำสายหลักจำนวน 3 สาย คือ

ลำน้ำลิปะใหญ่ น้ำตกหินลาด จำนวน 20 จุด ลำน้ำหน้าเมือง จำนวน 15 จุด และลำน้ำท่าเร็ต จำนวน 5 จุด ซึ่งหากสามารถดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 800,000-3,200,000 ลบ.ม. และการดำเนินการก่อสร้างฝายต้นน้ำในพื้นที่เกาะสมุย จำนวน 2,000 จุด

ด้าน นายธีระพล โชคคณาพิทักษ์ ตัวแทนสำนักงานประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า การประปาส่วนภูมิภาคอำเภอเกาะสมุย มีการพัฒนาแหล่งน้ำดิบของเกาะสมุยอย่างต่อเนื่อง ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว มีโครงการนำน้ำจากคลองพุมดวง เข้ามายังอำเภอเกาะสมุย งบประมาณดำเนินการ 3,164 ล้านบาท ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาจากสภาพัฒน์ก่อน ทั้งนี้ ปริมาณน้ำดิบที่มีอยู่ปัจจุบันสามารถรองรับการผลิตน้ำประปาได้ถึงเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น

เกาะสมุยเตรียมจัดวิวาห์ชวนฝันฯ วันแห่งความรัก 14 ก.พ.นี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 กุมภาพันธ์ 2553 14:51 น.
นางสาวสายพยม สมสุข หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับ อ.เกาะสมุย เทศบาลเมืองเกาะสมุย สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออก สมาคมสปาสมุย และศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย กำหนดจัดกิจกรรม วิวาห์ชวนฝัน หาดสวรรค์บางรัก-เกาะสมุย เนื่องในวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2553
ทั้งนี้ เนื่องจาก อ.เกาะสมุย มีนักท่องเที่ยวที่เป็นตลาดฮันนีมูนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับในปีที่ผ่านมา มีคู่รักให้ความสนใจเดินทางมาแต่งงานที่เกาะสมุยจำนวนมาก ขณะที่ อ.เกาะสมุย มีหาดบางรัก ที่มีชื่อเป็นมงคล จึงกำหนดจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น ปีนี้เป็นปีแรก และคาดหวังว่า จะจัดกิจกรรมในปีต่อๆ ไป เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง
หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวอีกว่า จุดเด่นของงานนอกเหนือจากการประกอบพิธีทางพุทธศาสนา การทำบุญตักบาตร การจดทะเบียนสมรสแล้ว ยังมีกิจกรรมปลูกต้นมะพร้าวคู่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความรักที่ยั่งยืนด้วย ขณะที่ตั้งเป้าคู่สมรสที่จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อยู่ที่ 22 คู่

samuinew

วันที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4172  ประชาชาติธุรกิจ


บ้านหลังใหม่ฝรั่ง…ยึดเบ็ดเสร็จ !! ทำเลทอง “หัวหิน-พัทยา-สมุย”…

ผลสำรวจประสบการณ์ของชาวต่างชาติที่ทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ใน 50 ประเทศ โดยธนาคารเอชเอสบีซีแบงก์ อินเตอร์เนชั่นแนล พบว่า ประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย และ ไทย เป็น 3 ประเทศแรกที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการหางานทำใน ต่างประเทศ โดยระบุว่าชาวต่างชาติในแคนาดามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด และ เป็นหนึ่งในประเทศที่ง่ายในการผสมผสานเข้ากับประชากรในท้องถิ่น เมื่อเทียบกับปี 2551 ประเทศที่ครอง 3 อันดับแรก ได้แก่ เยอรมนี แคนาดา และสเปน ส่วนอังกฤษรั้งอันดับท้าย ๆ เนื่องจากมีค่าครองชีพสูงสำหรับชาวต่างชาติ

นอกจากนี้ไทยยังรั้งอันดับที่ 2 รองจากไอซ์แลนด์ ในการจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยว “คุ้มค่าเงิน” มากที่สุดจากหนังสือแนะนำการท่องเที่ยวชื่อดัง “Lonely Planet” โดยระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนระยะยาวราคาถูกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวยุโรป มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เลือกมากมาย

นั่นคือ สิ่งที่การันตีว่าเมืองไทยของเรา เป็นจุดหมายที่ชาวต่างชาติอยากมาเยือนและพักอาศัยท่ามกลางเสน่ห์แห่งรอยยิ้มสยาม วันนี้ในย่านหัวเมืองท่องเที่ยวเลื่องชื่อระดับโลกทั้งที่พัทยา หัวหิน เกาะสมุย ภูเก็ต และอื่น ๆ ได้กลายเป็นแหล่งพำนักของฝรั่งนานาชาติไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งกลุ่มที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจ มาท่องเที่ยว และกลุ่มตั้งถิ่นฐานระยะยาว

พัทยา…ก้าวสู่เมืองนานาชาติ

หากมีโอกาสไปพัทยา ไปทางไหนก็จะพบเห็นชาวต่างชาติ ทั้งกลุ่มที่มา ท่องเที่ยวชั่วคราว และกลุ่มวัยเกษียณที่มาพักพิงอาศัยอยู่ถาวร พัทยาจึงมีแหล่งพักอาศัยของชาวต่างชาติที่หลากหลายกระจายอยู่ตามทำเลต่าง ๆ จนบางแห่งกลายเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นมา โครงการคอนโดมิเนียมหลายแห่งที่เคยประสบปัญหาในยุคฟองสบู่ปี 2540 ก็พลิกฟื้นขึ้นได้จากกลุ่มต่างชาติเข้ามาซื้อหรือเช่า รวมถึงคอนโดมิเนียมที่กำลังลงมือก่อสร้างใหม่ล้วนตั้งเป้า จับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเกินกว่า 80%

นักท่องเที่ยว 3 ชาติแรก ที่เดินทางมาพัทยาเป็นจำนวนมากที่สุด คือ รัสเซีย จีน และเกาหลี ขณะที่แถบยุโรป มีอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และประเทศแถบ สแกนดิเนเวีย

ชาวต่างชาติที่เข้ามาในพัทยามีการรวมกลุ่มกันในนาม “พัทยา ซิตี้ เอ็กซ์แพท คลับ” ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ประกอบด้วยชาวต่างชาติหลายเชื้อชาติ ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่กันอยู่เป็นโซน ๆ

“วีรวัฒน์ ค้าขาย” รองนายกเมืองพัทยา บอกว่า การเข้ามาอยู่ของชาวต่างชาติวัยเกษียณมีมากว่า 20 ปีแล้ว บางคนเข้ามาเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลราคาถูกกว่า และบ้านเราก็เปิดช่องว่างให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาใช้ชีวิตมาเป็นเวลานาน

บางคนเริ่มเห็นช่องทางก็เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนหรืออยู่อาศัยเอง จนกระทั่งลงทุนทำธุรกิจที่พัทยา มีการขยายตัวจนเกิดชุมชนอยู่เต็มเมือง เรียกว่าทำให้พัทยากลายเป็นตัวเลือกของคนทุกระดับ ซึ่งแตกต่างจากภูเก็ต สมุย หรือหัวหิน ที่ถูกวางตำแหน่งเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวไฮเอนด์มีราคาแพง และมี คนต่างชาติที่มีฐานะไปอยู่อาศัย

ความหลากหลายทำให้พัทยาเป็นเมืองที่ต้องปกครองแบบพิเศษ มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา และทำให้เมืองมีหลายแง่มุมให้สัมผัส ในระยะหลังแม้พัทยาจะมีภาพลบและมีปัญหาความวุ่นวายทางการเมือง มีบ้างบางส่วนที่ทำให้คนกลุ่มใหม่ ๆ หันไปสนใจเมืองท่องเที่ยวอื่นในการพักอาศัย แต่กลุ่มเดิม ๆ ก็อยู่กันจนชินเหมือนเป็นที่สุดท้ายสำหรับการใช้ชีวิตบั้นปลาย

การพักอาศัยของชาวต่างชาติในพัทยานั้น ส่วนมากจะอยู่แยกกันเป็นเชื้อชาติ อาทิ กลุ่มชาวเยอรมัน ซึ่งเข้ามาปักหลัก หลังสิ้นสุดสงครามเวียดนาม กลุ่มนี้จะนิยมอาศัยอยู่ในย่านพัทยาเหนือต่อเนื่องไปจนถึงหาดวงศ์อมาตย์และนาเกลือ หาดวงศ์อมาตย์จึงมีชื่อเรียกว่า “Deutsche Beach”

สำหรับชาวฝรั่งเศสจะปักหลักตั้งถิ่นฐานกันหนาแน่นย่านถนนพระตำหนัก ซึ่งเชื่อมต่อเข้าหาดจอมเทียน ทำเลย่านนี้จะเป็นภูเขา มีภูมิประเทศคล้ายกับต่างประเทศเพราะอยู่บนเนิน เป็นพื้นที่ลาดลงทะเลมีซูเปอร์มาร์เก็ตเฉพาะกลุ่ม ร้านอาหารและสถานบันเทิงที่มีความเป็นชาตินิยมผุดขึ้นรองรับหลายแห่ง

ขณะที่กลุ่มอเมริกันมีการรวมตัวกัน หนาแน่นในอีกฝั่งหนึ่งของพัทยา คือ อ่างเก็บน้ำมาบประชัน เชื่อมไปยังถนนหมายเลข 331 บริเวณเขาไม้แก้ว ซึ่งจะเป็นฝั่งภูเขาไม่ติดทะเล ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเดี่ยวที่ทันสมัยมีพื้นที่ขนาดใหญ่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

สำหรับกลุ่มสแกนดิเนเวียนและยุโรปอยู่อาศัยหนาแน่น บริเวณถนนเทพประสิทธิ์ลงมาถึงหาดจอมเทียน กระจายกันออกไปตามโรงแรมและคอนโดมิเนียม เดิมกลุ่มสแกนดิเนเวียนปักหลักที่หาดจอมเทียนมากเป็นพิเศษ รวมถึงบริเวณเชิงเขาพระตำหนักบางส่วน

แต่ระยะหลังทุกทำเลมีการผสมผสานระหว่างเชื้อชาติ พัทยาจึงเป็นเมืองนานาชาติอย่างแท้จริง

หัวหิน “เมือง The King”

หากเลียบฝั่งทะเลอ่าวไทยไปทางใต้ “หัวหิน” ยังคงเป็นเมืองตากอากาศสุดคลาสสิกตลอดกาล ซึ่งดึงดูดให้ชาวต่างชาติแวะเวียนไปพำนักเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มชาวต่างชาติวัยเกษียณที่มีฐานะ และด้วยความที่หัวหินเป็นเมืองผู้ดีเก่า มีชายหาดริมทะเลเหมาะแก่การพักผ่อน และที่สำคัญเป็นสถานที่ประทับของในหลวง ด้วยเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน จึงเป็นปัจจัยสำคัญของการหลั่งไหลเข้ามาพำนักอาศัยของชาวต่างแดนหลายหมื่นคน

สำหรับทำเลที่กลายเป็นชุมชนต่างชาติในเมืองหัวหิน ได้แก่ ในย่านกลางเมือง และในพื้นที่ชุมชนดั้งเดิมที่แบ่งขายที่ดินให้กับนักลงทุนสร้างบ้านพักรองรับชาวต่างชาติ เช่น ในพื้นที่ชุมชนสมอเรียง ชุมชนศาลเจ้าพ่อเสือ ย่านถนนหัวหิน ชุมชน บ้านจัดสรรเก่า และชุมชนริมทางรถไฟย่าน บ่อนไก่ และถนนทางรถไฟฝั่งตะวันตก เป็นย่านที่มีอพาร์ตเมนต์อยู่จำนวนมาก

นอกจากนี้พื้นที่บริเวณบ้านหัวนา ถนนเพชรเกษม และถนนเส้นในตัดไปวัดห้วยมงคล ที่ดินหลายพันไร่ถูกเนรมิตเป็นบ้านจัดสรรของชาวต่างชาติ ทั้งวิลล่า บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ รวมทั้งย่านเขาตะเกียบที่เป็นชุมชนชาวประมงดั้งเดิม ปัจจุบันกำลังมีการลงทุนโครงการคอนโดมิเนียม บ้านพักตากอากาศ และบ้านจัดสรรให้แก่ชาวต่างชาติ

พื้นที่ถัดมาใกล้เชิงเขาถนนเพชรเกษม บริเวณบ้านหัวนา ต.หนองแก กลายเป็นพื้นที่ทำเลทอง กลุ่มเศรษฐีชาวฮอลแลนด์ได้ร่วมทุนกับคนไทยพัฒนาพื้นที่ผืนใหญ่กว่า 3,000 ไร่ ชื่อโครงการเดอะบันยัน มีทั้งวิลล่า โรงแรม คอนโดมิเนียม ช็อปปิ้งมอลล์ สนามกอล์ฟ รวมมูลค่าโครงการกว่าหมื่นล้านบาท ผู้บริหารโครงการนี้บอกว่า ต่อไปที่นี่จะเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของเศรษฐีต่างชาติอย่างครบวงจร

ข้อมูลจากนักธุรกิจในหัวหินระบุว่าที่ผ่านมาชาวต่างชาติจะนิยมซื้อบ้านจัดสรร หรือโครงการในรูปแบบของบริษัท โดยเริ่มที่ราคาตั้งแต่ 5-6 ล้านบาท สูงสุด คือ 20-25 ล้านบาท ส่วนที่ดินบริเวณริมทะเลนั้นราคาเหยียบไร่ละ 100 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าไปจับจองเพื่อพัฒนาให้เป็นที่พักกับชาวต่างชาติซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก

“จิระ พงษ์ไพบูลย์” นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหิน บอกว่า ระยะหลังมีกลุ่มธุรกิจมาลงทุนสร้างบ้าน คอนโดมิเนียม หัวหินจึงเติบโตเร็วมากจนเทศบาลตามไม่ทัน ประชากรหัวหินจริง ๆ มีเพียง 3 หมื่นคนเศษ แต่ประชากรแฝงกลับมีเป็นแสนคน มาแย่งกันใช้น้ำประปา ไฟฟ้า และทิ้งขยะ ซึ่งเทศบาลต้องดูแล ตรงนั้นเกือบทั้งหมด ขณะที่มีรายได้ปีละประมาณ 300 ล้านบาท จึงไม่พอแก้ปัญหา

ในส่วนของน้ำประปายังพอแก้ได้ โดยอาศัยแหล่งน้ำดิบจากปราณบุรีและเพชรบุรีเพื่อผลิตน้ำประปาป้อนเมืองหัวหิน แต่ที่หนักคือ ปัญหาระบบน้ำเสียและขยะ ซึ่งอยู่ระหว่างหาแนวทางแก้ไขและ ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ

นายกเล็กเมืองหัวหินบอกว่า การที่มี ชาวต่างชาติเข้ามาก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือ ทำให้เมืองคึกคัก เศรษฐกิจดี มีการลงทุน เป็นการสร้างงาน โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและการบริการ ส่วนข้อเสียก็มีเหมือนกันสำหรับต่างชาติแบบที่เป็นมาเฟีย มาแย่งกันทำธุรกิจ บ้างก็มาสวมรอยกิจการด้านสื่อซึ่งมีทั้งดีและไม่ดี แอบอ้างเพื่อหาเครือข่าย และชาวต่างชาติที่มาอาศัยช่องว่างกฎหมายบ้านเราทำธุรกิจ

“ด้วยความที่หัวหินเป็นเมืองเก่าแก่ คลาสสิก ฝรั่งที่เข้ามาค่อนข้างมีฐานะดี โรงแรมสิ่งอำนวยความสะดวกจะไม่เหมือน พัทยา เพราะที่นี่เป็นเมืองของ King เรื่องความปลอดภัยนี่มาอันดับแรก ๆ ซึ่งชาวต่างชาติก็ชอบตรงนี้”

นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหัวหินยังบอกด้วยว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีชาวต่างชาติกว่า 2,000-3,000 ครอบครัว มาขอเลขที่บ้าน ส่วนหนึ่งจะมีภรรยาเป็นคนไทย โดยซื้อบ้านจากคนไทยปลูกขาย อีกส่วนหนึ่งก็ซื้อจากฝรั่งทำขายฝรั่ง แล้วฝรั่งก็หลอกฝรั่งกันเอง เดิมทีฝรั่งโดนคนไทยหลอก ตอนนี้ฝรั่งหลอกกันเองแล้ว เช่น ซื้อแล้วไม่ได้บ้าน หรือไม่ได้บ้านตามที่ต้องการ

นั่นคือเหรียญสองด้านที่เกิดขึ้นกับชุมชนต่างชาติในเวลานี้

สมุย…เกาะสวรรค์ต่างชาติ

นอกจากพื้นที่พัทยา หัวหิน จะกลายสภาพเป็นชุมชนต่างชาติแล้ว หมู่เกาะที่เคยกันดาร เงียบสงบ ผู้คนยังชีพจากการประมงและมะพร้าวอย่างเช่น “เกาะสมุย” วันนี้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกไปแล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตขึ้นทุกปี เช่น ในปี 2546 มีนักท่องเที่ยว 8.3 แสนคน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 9,901 ล้านบาท และนับตั้งแต่ ปี 2548-2550 จำนวนนักท่องเที่ยวขยับขึ้นมาแตะระดับ 1 ล้านคนเศษ มีรายได้เฉลี่ยปีละ 14,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจากโซนยุโรป อเมริกา

ด้วยศักยภาพในการทำกำไรของเกาะสมุย จึงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสายในช่วงทศวรรษ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะชาวอังกฤษ อเมริกัน เยอรมนี ซึ่งมีการปักหลักพักพิงและทำธุรกิจอยู่บนเกาะสมุยในหลายธุรกิจ เช่น กิจการโรงแรม รีสอร์ต รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร ผับ บาร์ เรือสำราญ การดำน้ำ รถเช่า เว็บไซต์ การท่องเที่ยว สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นต้น

โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ เฟื่องฟูมากที่สุดหลังเกิดเหตุการณ์ สึนามิ เพราะทะเลอ่าวไทยปลอดภัยจากคลื่นยักษ์ถล่ม โดยเป็นระบบตลาดที่ “ฝรั่งทำขายฝรั่ง” เป็นการเปิดประตู ให้ชาวต่างชาติสามารถจับจองเป็นเจ้าของบ้านพักตากอากาศ วิลล่าหรู จนกลายเป็นชุมชนฝรั่งกระจายอยู่ตามโครงการจัดสรร และบ้านพักส่วนตัว ทั่วทั้งเกาะสมุย

นักธุรกิจเกาะสมุยรายหนึ่งระบุว่า ผู้ที่ยึดกุมเศรษฐกิจเกาะสมุยในเวลานี้กว่าครึ่งอยู่ในมือของชาวต่างชาติ เพราะฝรั่งเข้ามาทำธุรกิจได้เกือบทุกอย่างทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย คนไทยจึงสู้ไม่ได้เพราะฝรั่งมีเงินทุน เครือข่าย มีเครดิตและการทำตลาดระดับนานาชาติได้ นอกจากนี้ค่าครองชีพก็ยังสูงกว่ากรุงเทพฯ ส่วนการอยู่ร่วมกันระหว่างคนท้องถิ่นกับชาว ต่างชาตินั้นก็ต่างคนต่างอยู่ แม้แต่ฐานข้อมูลชาวต่างชาติเราก็มีน้อยมาก

“การดูแลชาวต่างชาตินั้นก็เอาแค่เรื่องที่พออยู่ได้ เพราะต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนนำเม็ดเงินเข้ามา สมุยก็ได้ขยับขยายพัฒนาขึ้น เมื่อเร็ว ๆ นี้เทศบาลได้พูดคุยกับชาวต่างชาติก็พบปัญหาว่ามีการฉ้อโกงหลายเรื่อง ฝรั่งโกงกันเองก็มี เขาก็ต้องการมาอยู่กับเรามาก ๆ แล้วเราก็ต้องการฝรั่งสีขาวมากกว่าฝรั่งสีเทา ตอนหลังก็มีกลุ่มมาเฟีย นักค้าที่ดินมาปั่นราคาที่ดิน ซึ่งเขาก็ควรเคารพกฎกติกาของเราด้วยเช่นกัน คิดว่าจะตั้งศูนย์ติดต่อพบปะกับชาวต่างชาติโดยตรง เพื่อบริการและช่วยเป็นช่องทางสื่อสารกันได้สะดวกใกล้ชิดขึ้น” รามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเกาะสมุย ตอบคำถามถึงแนวทางการดูแลชุมชนชาวต่างชาติ

นี่เป็นเพียงภาพสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยในยุคโลกไร้พรมแดน ซึ่งคนไทยพร้อมหรือยังที่จะมีเพื่อนใหม่ที่เป็นชุมชน ต่างชาติเต็มเมือง

หน้า 28

จาก เดลินิวส์ (ออนไลน์)
วันศุกร์ ที่ 04 ธันวาคม 2552

นรนิติ เศรษฐบุตร

ผมกลับมาจากเกาะสมุย อันเป็นเกาะท่องเที่ยวและรีสอร์ทเพื่อการพักผ่อนของไทยในบริเวณอ่าวไทย ที่เขามีคำขวัญของเกาะแห่งนี้ว่า “ปะการังงาม น้ำทะเลใส หาดทรายขาว มะพร้าวเยอะ” ซึ่งผมยังพิสูจน์ไม่ได้ทั้งหมดแม้จะเคยไปเกาะสมุยมาหลายครั้งแล้ว
เดินทางไปเกาะสมุยวันนี้ต่างกว่าสมัยโน้นมาก สมัยก่อนนั้นต้องนอนไปในเรือ 2 ชั้น จากอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาถึงเกาะสมุยเอาตอนเช้า มาวันนี้แม้จะมาทางเรือจากอำเภอเมืองหรือจากฝั่ง ก็จะเดินทางได้เร็วมาก กินเวลาเพียงชั่วโมงกว่าเท่านั้น ถึงเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง เขาก็จะพาลงเรือเฟอร์รี่ข้ามฝั่งเข้าไปถึงเกาะสมุย หรือว่าจากกรุงเทพฯบินไปเกาะสมุยก็สะดวกมีเครื่องบินพาเดินทางไปกลับวันละ หลายเที่ยว นี่ยังไม่รวมเครื่องบินที่เดินทางมาจากที่อื่นแบบเช่าเหมาลำ
สนามบินที่เกาะสมุยนั้นมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว สวยงามตามลักษณะเมืองรีสอร์ท ดูแล้วสบายตา สบายใจ และทำให้สะดวกดีอีกด้วย แม้จะไม่ได้เป็นห้องแอร์คอนดิชั่น ลมพัดโกรกสบายดี นับว่าเป็นเสน่ห์ของเมืองไปด้วย ที่ต้องมีข้อสังเกตคือ เป็นสนามบินเอกชนที่ทำจนดังได้
แต่ที่จะต้องเขียนถึงเกาะสมุยนั้น ไม่ไช่เรื่องของการท่องเที่ยว แต่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกัน นั่นคือเกาะสมุยจะมีรูปแบบการปกครองท้องถิ่นพิเศษได้หรือไม่ หรือดีหรือไม่มากกว่า
ที่จริงเรื่องนี้มีการพูดมานานแล้ว ถ้าจะเป็นรองก็คือ รองจากภูเก็ต เพราะภูเก็ตเป็นจังหวัด และมีการพูดถึงการที่ภูเก็ตน่าจะได้  มีการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษมาประมาณ 30 ปีแล้ว ส่วนเกาะ      สมุยนั้นก็ได้รับการกล่าวถึงตามมา เพราะผู้คนเห็นกันว่าเกาะสมุย  นั้น โดยลักษณะทางภูมิศาสตร์ก็ได้แยกกันออกมาเป็นสัดเป็นส่วน จากดินแดนอื่นอยู่แล้ว และว่าถึงกิจการกับธุรกิจที่เจริญรุ่งเรือง ในเกาะก็เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เมืองนี้เป็นเมืองพักผ่อน เมืองตากอากาศ จึงมีลักษณะพิเศษที่ไม่น่าจะแตกต่างจากเมืองพัทยา    ที่จังหวัดชลบุรีแต่อย่างใด
แต่ทำไมเมืองพัทยาได้เป็นการปกครองรูปแบบพิเศษเพียงเมืองเดียว นอกเหนือไปจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ
เมืองพัทยานั้น มีระยะเวลาตั้งแต่เกิดมาเป็นเมืองพิเศษได้นาน    ประมาณ 30 ปี ได้แล้ว ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเขาต้องการทดลองให้เมืองพัทยาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการ บริหารในรูปแบบที่มีนายกเมืองก็จริง แต่ผู้บริหารเมืองที่แท้จริงเป็นนักบริหารมืออาชีพ เรียกว่า “ผู้จัดการเมือง” ที่นายกและสภาเมืองที่มาจากการเลือกตั้งและการแต่งตั้ง โดยให้ผู้ที่มาจากการแต่งตั้งเป็นเสียงข้างน้อยรวมอยู่ด้วย รูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผู้จัดการเมืองนั้น เชื่อกันว่าเอารูปแบบมาจากสหรัฐอเมริกา แต่น่าเสียดายมาทดลองใช้ที่เมืองพัทยาแล้วล้มเหลว เพราะนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งปรารถนาจะเป็นผู้บริหารเอง ไม่ต้องการเป็นเพียงผู้กำหนดนโยบายและกำกับงาน ในที่สุดจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบให้เมืองพัทยาในวันนี้เหมือนกับรูปแบบเทศบาล เมืองนั่นเอง แต่มีกฎหมายจัดตั้งของตัวเอง
ฉะนั้นเมืองพัทยาจึงได้เป็นเมืองเดียวอย่างที่บอก
สำหรับเกาะสมุย ถ้าสนใจว่าควรจะให้เป็นเมืองพิเศษหรือไม่อย่างไร หรือถ้าจะพิจารณากันให้ละเอียดก็ไปหางานการศึกษาวิจัย ที่ทางการได้จ้างนักวิจัยไปทำ มาอ่านประกอบการพิจารณาได้ เพราะมีทำไว้แล้ว
ไปที่เกาะสมุยวันนี้ ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่าที่ว่าการอำเภอเกาะสมุยกับที่ทำการหรือศาลาเทศบาลเมือง เกาะสมุยนั้นมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ตัวที่ว่าการอำเภอก็จะดูเก่าและเล็ก สีก็ไม่ค่อยสดใส ต่างกว่าศาลาเทศบาลที่ใหญ่โต สร้างอาคารอย่างทันสมัย ดูโก้ทีเดียวและดูสดใสกว่า ดีว่าตั้งอยู่คนละแห่ง ห่างไกลกันพอสมควร สิ่งนี้ก็บอกอะไรบางอย่างแก่ผู้ที่เห็น ไม่ว่าจะโดยตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม
เมื่อกลางปีก่อน คือ พ.ศ. 2551 เทศบาลตำบลเกาะสมุยได้รับการยกฐานะจากเทศบาลตำบลเป็นเทศบาลเมือง และได้มีการเลือกนายกเทศมนตรีคนใหม่ ซึ่งก็เป็นการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันกันมาก อย่างน้อยจากผู้สมัคร 5 คน เขาบอกกันว่า มีเพียง 3 คน เป็นคู่แข่งที่น่าจับตามอง และก็มาถึงคู่แข่งสำคัญ คืออดีตนายกเทศมนตรี กับผู้ท้าชิงใหม่ที่เคยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลและสมาชิกสภาจังหวัดมาก่อน
ในการเลือกตั้ง ปรากฏว่าผู้ท้าชิงใหม่เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกเทศมนตรีคนแรกของ เทศบาล ที่ได้รับการยกฐานะใหม่มาเป็นเทศบาลเมืองเกาะสมุย
ชัยชนะของนายกเทศมนตรีก็มาพร้อมกับภาระงาน เขาคุยกันว่า ปัญหาแรกก็คือปัญหาขยะ ที่มีอยู่มากถึงวันละ 120 ตัน ก็เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองตากอากาศ จึงมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการมาก แต่เตาเผาขยะที่มีอยู่นั้นเขาว่ากันว่าไม่เพียงพอ แต่ยังดีที่ยัง    มีน้ำจืดใช้เองเพียงพอ แม้จะใช้กันมากถึงวันละประมาณ 20,000 ลูกบาศก์เมตรก็ตาม อีกปัญหาหนึ่งที่ใหญ่ก็คือเรื่องของไฟฟ้า เมื่อเป็นเมืองท่องเที่ยวก็ต้องใช้ไฟฟ้ามาก เขามีข้อมูลระบุว่า ในปี พ.ศ. 2553 ไฟฟ้าอาจไม่พอ จึงมีความคิดที่จะต้องมีสถานีไฟฟ้าเกาะสมุย แห่งที่ 2
เพียง 2 เรื่องใหญ่ก็ท้าทายผู้บริหารเทศบาลแล้ว แต่คนเกาะสมุยไม่ได้กลัว เขาเล่ากันว่าตอนยกฐานะเทศบาลนั้นเขาต้องการเป็นเทศบาลนคร แต่ทางการระดับบนของส่วนกลางให้เป็นเทศบาลเมือง
มาวันนี้เกาะสมุย คงหวังที่จะข้ามขึ้นมาเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษไปเลย และตอนนี้อาจเป็นเวลาที่ดีที่ทางการจะพิจารณาข้อมูลรอบด้านอีกที ทางเทศบาลเมืองเกาะสมุยเองก็คงต้องพร้อมที่จะชี้แจง
แต่การปกครองท้องถิ่นที่ต้องการอิสระมากก็ต้องคิดพึ่งตัวเองให้มาก กล้าเก็บภาษีตามรัฐเปิดโอกาสให้เองอย่างกล้าหาญด้วย.

ที่มา www.dailynews.co.th

สรุปผลกล่องดำ หลุดรันเวย์สมุย เหตุลมแปรปรวน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 ตุลาคม 2552 10:07 น.

เผยผล พิสูจน์กล่องดำ ชี้ อุบัติเหตุเที่ยวบินที่ PG 266 ของบางกอกแอร์เวย์ส เกิดจากกระแสลมแปรปรวนขณะร่อนลง จนทำให้ไถลหลุดรันเวย์ชนหอบังคับบินที่ภูเก็ต เมื่อ 4 ส.ค.52 ขอเตรียมลงตรวจรายละเอียดสภาพเครื่องบินและระบบควบคุมอีกครั้งเพื่อสรุปผล ด้านการประกันภัย คาดเสร็จใน 2 เดือน “วุฒิชัย” เผย โอน 26 สนามบินภูมิภาคให้ ทอท.บริหาร ต้องเจรจาร่วมกันรับเฉพาะที่มีกำไรไม่ได้

นายวุฒิชัย สิงหมณี อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนการเกิดอุบัติเหตุของเครื่องบินแบบ ATR 72-500 ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เที่ยวบินที่ PG 266 ไถลออกนอกทางวิ่ง (รันเวย์) ของสนามบินสมุย และชนกับหอบังคับการบิน เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2552 ว่า ขอ.ได้รับผลการพิสูจน์กล่องดำที่ส่งไปตรวจสอบที่ประเทศฝรั่งเศสแล้ว สรุปว่า เที่ยวบินที่ PG 266 เกิดอุบัติเหตุเนื่องจากกระแสลมแปรปรวนในช่วงที่เครื่องบินเตรียมร่อนลงสู่ รันเวย์ ซึ่งหลังจากนี้ ขอ.จะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการนำผลการตรวจสอบทั้งหมดพิจารณาเพื่อสรุปผลอีก ครั้ง โดยคาดว่าผลการตรวจสอบเพิ่มเติมจะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือน

“ขอ.ได้รับผลสรุปกล่องดำจากประเทศฝรั่งเศส มาตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสรุปว่า อุบัติเหตุเกิดจากกระแสลมแปรปรวน ซึ่งขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่จะไปตรวจสภาพรายละเอียดของ ตัวเครื่องบิน ระบบคอนโทรลต่างๆ ก่อนที่จะสรุปข้อมูลทั้งหมด เพื่อดำเนินการขั้นตอนของการประกันภัย ซึ่งจะต้องส่งต่อให้บริษัทประกัน ที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้ทำไว้” นายวุฒิชัย กล่าว

สำหรับเครื่องบินแบบ ATR 72-500 เที่ยวบินที่ PG 266 ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส บรรทุกผู้โดยสารทั้งสิ้น 68 คน และลูกเรือ 4 คนไถลออกนอกทางวิ่ง (รันเวย์) ของสนามบินสมุย และชนกับหอบังคับการบิน เมื่อวันที่ 4 ส.ค.2552 ส่งผลให้ ร.ท.ชาติชาย ปั้นสุวรรณ กัปตันเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บกว่า 10 คน รวมทั้ง นายธนวัฒน์ เปรมฤทัย นักบินผู้ช่วยได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนกรณีที่ นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่มีแนวคิดที่โอนสนามบินภูมิภาคทั่วประเทศ ที่อยู่ในความดูแลของขอ.จำนวน 26 สนามบิน ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เข้ามาบริหารจัดการแทน เพื่อยกระดับการบริหาร และสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้นนั้น นายวุฒิชัย กล่าวว่า ทอท.จะเข้ามาบริหารสนามบินของ ขอ.เฉพาะสนามบินที่มีรายได้ดี เช่น สนามบินกระบี่ สุราษฎร์ธานี อุดรธานี อย่างเดียวคงไม่เหมาะสม หากจะรับไปดูแลก็ต้องไปทั้ง 26 สนามบิน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนรวมถึงนโยบาย นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยก่อน เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันที่ชัดเจน

……………………………………………………………………………………………………………..

9 สิงหาคม 2552 : ชาวหน้าทอนขนปิ่นโตร่วมทำบุญเปิดฟิตเนสปาร์คปลายสะพาน นิมนต์พระ 9 รูปประกอบพิธี  นายอำเภอเกาะสมุย นายกเทศมนตรีร่วมเป็นประธาน ถือฤกษ์เวลา 9.09 จุดประทัด 999 นัด  พร้อมล็อคกุญแจกั้นไม่ให้รถขึ้นสะพานเหตุโครงสร้างรับไม่ไหวและ้ต้องการให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้สนับสนุน โดยเฉพาะโกถึกและทีมงานที่ทุ่มเททำชุดออกกำลังกาย  โกปุ๊ชมกรรมการและชุมชนที่ร่วมกันผลักดันจนสำเร็จ บอกเทศบาลพร้อมสนับสนุนในทุกด้าน ให้คำมั่นโครงการที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่จะต้องให้ชุมชนตัดสินใจ ผลประโยชน์จะต้องเกิดกับชุมชนเป็นหลัก และพิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบ

ททท.เตรียมปลุกกระแสท่องเที่ยวไฮซีซั่น หลังมีสัญญาณการฟื้นตัว

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. มั่นใจว่าการที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เริ่มจองโรงแรมที่เกาะสมุย เกาะเต่า และที่พักริมทะเลต่างๆ เข้ามามากขึ้น และยังมีเที่ยวบิน บินตรงจากประเทศจีนมายัง จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยนั้น เป็นสัญญาณการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว หลังจากได้หดตัวลงไปมากในช่วงครึ่งปีแรก แม้ขณะนี้จะมีปัจจัยความวุ่นวายทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงอยู่บ้าง แต่ยังไม่มีผลกระทบ

ทั้งนี้ ททท.เตรียมปลุกกระแสการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นปลายปีนี้ ด้วยการจัดกิจกรรมที่เน้นเอกลักษณ์วิถีไทยย้อนยุค และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และธรรมชาติ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาผ่อนคลายในภาวะที่เศรษฐกิจตึงเครียด